ตี๋ใหญ่ศิษย์หลวง พ่ อ สุ ด วัดกาหลง

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อสุด คงเป็นที่รู้จักของผู้คนประชาชนทั่วทั้งประเทศ ทั้งยังโด่งดังสะเทือนเลื่อนลั่นสะท้านปฐพีก็คือ เรื่องของ ตี๋ใหญ่ ที่เนื้อหนังเป็นคงกระพัน ยิ ง ไม่โดนหรือโดนแต่ไม่เข้า อีกทั้งยังมีคนลือว่าตี๋ใหญ่หายตัวได้นั่นเพราะตี๋ใหญ่คาด“ตะกรุดโทนของหลวงพ่อสุด”ต่อจากนี้ไปคือการเล่าเรื่องของตี๋ใหญ่แบบตรงไปตรงมา เพื่อประกอบเรื่องที่เกี่ยวกับอานุภาพและอภินิหารที่เกิดจากวัตถุมงคลของพระเดชพระคุณหลวงพ่อสุดแห่งวัดกาหลง

อนึ่ง ผู้เขียนขอไว้อาลัยต่อการจากไปของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ต้องพลีชีพ เพราะได้ต่อสู่กับllก๊งค์ตี๋ใหญ่ เพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์และเพื่อผดุงความยุติธรรมรักษากฎหมายบ้านเมืองเอาไว้ หากมีตอนหนึ่งตอนใดที่ผู้เขียนได้พลั้งเผลอ หรือได้ล่วงเกินผู้หนึ่งผู้ใดไปแล้วล่ะก็ ผู้เขียนขออภัยมา ณ ที่นี้

ตี๋ใหญ่ ชื่อจริงคือ “นายกรประเสริฐ ช่างเขียน” เป็นลูกครึ่งเชื้อสายไทยจีน เกิดเมื่อปีพ.ศ.๒๔๙๕ ตำบลคลองไผ่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มีพี่น้อง ๗ คน ตนเป็นพี่ชายคนโต ทางบ้านมีฐานะยากจน โดยครอบครัวประกอบอาชีพทำสวนผักผลไม้ ตี๋ใหญ่สมัยเป็นเด็กมีนิสัยขี้อาย สุภาพเรียบร้อย และไม่สู้คน เรียนได้แค่ชั้นป.๔ ก็ต้องออกเรียนเพื่อมาช่วยพ่อแม่ทำงาน พออายุได้ ๑๗ ปีก็ล่องเรือเอาแตงโมจากสวนมาขายในกรุงเทพมหานคร แถวๆตลาดมหานาค

ที่นี่ได้ทำให้ชีวิตของตี๋ใหญ่ต้องเปลี่ยนไป จากคนขี้อาย สุภาพเรียบร้อย ไม่สู้คนกลับกลายเป็นมหาโ จ sในตำนานผู้มีค่าหัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยในขณะนั้น ทั้งยังเป็นที่ครั่นคร้ามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อตี๋ใหญ่ถูก นั ก เ ล งเจ้าถิ่นแถวเทเวศน์รุมเอา ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มในเรือที่จอดไว้บริเวณริมคลองมหานาค

เมื่อต้องนอนซมเพราะ พิ ษ บาดแผลอยู่นานหลายวันก็เกิดคิดได้ว่าทำไมตนจึงต้องตกเป็นรองคนอื่นเขาตลอดเวลาในเมื่อก็มีสองมือสองเท้าเท่ากัน ตี๋ใหญ่จึงตัดสินใจแก้ แ ค้นเอาคืน พอสภาพร่างกายพร้อมก็รวบรวมสมัครพรรคพวกตั้งตนเป็น นั ก เล งก๊กใหม่ แล้วก็ออกตามล่าเอาคืนคู่อริที่ทำให้เจ็บ ด้วยการใช้ขวานฟั น หัวหน้าเจ้าถิ่นเจียนม้วยมรณาต่อหน้าต่อตาลูกน้องของมัน นับจากนั้นเป็นต้นมาllก๊งค์ตี๋ใหญ่ก็ยกพวกไปปราบพวกนั ก เ ลงเจ้าถิ่นกลุ่มอื่นๆ อันได้แก่นั ก เล งย่านมหานาค บางขุนพรหม สามเสน วิสุทธิกษัตริย์จนราบคาบ ทำให้บารมี นั ก เ ลงของตี๋ใหญ่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

และแล้วก็ถึงคราวที่ตี๋ใหญ่ต้องหนีตำรวจเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อต้องดวลมีดหนึ่งต่อหนึ่งอย่างลูกผู้ชายกับขาใหญ่นัก เ ล งโตที่คุมวินรถสองแถวรับจ้าง ตี๋ใหญ่หนังดีโดน แ ท งไม่เข้าเพราะคาด “ตะกรุดโทนของหลวงพ่อสุด วัดกาหลงผู้เป็นพระอาจารย์”ส่วนคู่กรณีก็ถูกตี๋ใหญ่ แ ท งเอาอาการล่อแล่ ตี๋ใหญ่จึงต้องหนีคดีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มีอยู่ช่วงหนึ่งตี๋ใหญ่ได้กลับไปอยู่กับหลวงพ่อสุดที่วัดกาหลง

ต่อมาก็ได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับเสี่ยคนหนึ่งที่ท่านฉลอม เสี่ยให้ตี๋ใหญ่คุมซ่ o งเพื่อกำราบนักเที่ยวราตรีชั้นเลวที่ชอบมั่วเที่ยวฟรี ที่ชอบรังแกทุบตีน้องๆ ตอนนั้นตี๋ใหญ่บอกเพื่อนว่าอยากได้ของทุ่นแรง เพื่อนจึงจัดยี่ห้อโคลท์ ขนาด ๑๑ พอได้มาแล้วก็ขะมักเขม้นฝึกซ้อมจนชำนิชำนาญ เรื่องเป้านิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเป้าเคลื่อนที่ ตี๋ใหญ่ยังส่องได้อย่างแม่นยำชนิดเหมือนเป้าจับวาง ตี๋ใหญ่ชอบเล่นการพ นั น ชอบเที่ยวผู้หญิง รายได้จากการเป็น นั ก เ ล งคุมซ่ oง จึงไม่พอยาไส้ และแล้ว”เส้นทางมหา โ จ sของตี๋ใหญ่จึงเริ่มขึ้น ติดตามได้ต่อตอนที่ ๔

สุดท้ายนี้เครื่องรางหรือผ้ายันต์ต่างๆที่ได้รับการปลุกเสกลงอาคมจากพระเกจิหรือฆราวาสผู้มีวิชาล้วนมีพุทธคุณ หากแต่ท่านทั้งหลายตั้งอยู่ด้วยการกระทำความดี หมั่นสวดมนต์ทำบุญ ของที่ขลังอยู่จะยิ่งแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้นอีกบทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

ขอบขอบคุณที่มา วิถีไสยศาสตร์ชาติไทย.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *