ปฐมบทอภินิหารหลวงพ่อสุด วัดกาหลง

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากย้อนกลับไป เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ตอนนั้นผู้เขียนมีอายุ ๑๕ ปี เรียนอยู่ชั้นม.๓ ซึ่งกำลังห้าวเป้ง บิดาผู้เขียนบอกให้เดินทางไปจังหวัดราชบุรี เพื่อไปเยี่ยมปู่เนื่องจากท่านไม่สบายมาก ตอนนั้นผู้เขียนไปคนเดียวเพราะบิดาได้ไปก่อนหน้าแล้ว ผู้เขียนเดินทางด้วยรถประจำทางสายกรุงเทพ-ราชบุรี ขึ้นที่สถานีขนส่งสายใต้สามแยกไฟฉาย

วันนั้นผู้เขียนนั่งติดกับชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ อายุประมาณ ๓๐ กว่าๆ เป็นคนหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แกมีผิวขาวเพราะมีเชื้อจีน พูดจาเสียงเหน่อๆ ไว้ผมยาวรากไทร ใส่แว่นตากันแดดยี่ห้อเรย์แบน สวมเสื้อยีนส์สีเข้มปล่อยชายไม่ติดกระดุม ส่วนด้านในก็ใส่เสื้อยืดคอกลมตราห่านคู่สีขาวปล่อยชายเช่นกัน แกนุ่งกางเกงยีนส์ลีวาย สีซีด สวมรองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาว มีกระเป๋าสะพายหลังแบบทหารวางบนตัก

ณ เวลานั้นผู้เขียนเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างฝังหัว เวลานั่งรถไปไหนมาไหนหากเห็นศาลต่างๆ หรือต้นโพธิ์ใหญ่ที่มีพระหักมาวางกองไว้เยอะๆ ก็จะยกมือไหว้ปลกๆไปตลอดทางจนกระทั่งถึงที่หมาย และสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้ชายฉกรรจ์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง แอบยิ้มให้กับพฤติกรรมของผู้เขียน แกคงเอ็นดูจึงเริ่มชวนคุย แรกเริ่มก็คุยกันแบบถามคำตอบคำไม่ซับซ้อน

  • แกถามว่า “เป็นคนที่ไหน ไปทำอะไรที่ราชบุรี”
  • ผู้เขียนว่า “พ่อผมเป็นคนวัดเพลง ผมกำลังไปเยี่ยมปู่”
  • ผู้เขียนเลยถามกลับไปบ้างว่า “แล้วน้าเป็นคนที่ไหน ไปราชบุรีทำไมครับ”
  • แกว่า “เป็นคนดำเนินฯ กำลังจะกลับบ้าน”

พอแกเริ่มคุ้นเคยกับผู้เขียนแกก็เล่าเรื่อง อภินิหารของสุดยอดพระเกจิอาจารย์ย่านมหาชัยท่านหนึ่งให้ฟัง พระอาจารย์ท่านนั้นก็คือ “หลวงพ่อสุด แห่งวัดกาหลง จังหวัดสมุทรสาคร” นั่นเอง ชายฉกรรจ์บอกว่าตนเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อสุด ว่าแล้วแกก็นำวัตถุมงคลที่ใช้ติดตัวตลอดเวลาแล้วก็เกิดประสบการณ์กับตัวมาอย่างโชกโชนออกมาให้ดู

ที่ผู้เขียนเห็นก็มีเหรียญรุ่นเสือเผ่น ปีพ.ศ.๒๕๑๗ หลังยันตะกร้อ กับตะกรุดโทน ส่วนที่แผ่นหลังของแกก็สักยันต์รูปตะกร้อ(ยันต์ที่หลังแกไม่ได้เปิดให้ดู เพียงแต่เล่าให้ฟังเฉยๆ) แกว่าจะสักเสือเผ่น แต่หลวงพ่อสุดท่านไม่ให้ ท่านว่า “สักเสือเผ่นแล้วมันร้อน จะอยู่กันไม่เป็นสุข”

แกยืนยันอย่างหนักแน่นว่าของทั้ง ๓ สิ่ง ที่มีอยู่กับตัว เป็นของดีมีคุณวิเศษ กันภัยได้สารพัดอย่าง ทั้งยังเป็นคงกระพัน คงหนังคงเนื้อ ศาสตรา วุ ธ ใดๆไม่ระคายผิว ชายฉกรรจ์ยังกล่าวเสริมอีกว่า “วัตถุมงคลของหลวงพ่อสุดเหนียวกว่าของพระอาจารย์ท่านใด”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ-ผู้เขียน)

ผู้เขียนจึงขอให้แกเล่าเรื่องอภินิหารของหลวงพ่อสุดให้ฟังเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาในระหว่างเดินทาง แกก็ไม่ขัดศรัทธาเล่าให้ฟังยกใหญ่ตั้งหลายเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องแปลก จะเรียก“ปาฏิหาริย์”ก็เรียกได้เพราะไม่เกินจริง ทั้งเรื่องโดน ยิ ง llท ง แต่ไม่ระคายผิว หรือเรื่องเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนแต่ก็รอด๓ ายมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ หรือเรื่องที่คลาดกับศัตรูจึงไม่โดนทำร้าย แต่เรื่องที่สะกดให้ผู้เขียนต้องตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างใจจดจ่อก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของ “ตี๋ใหญ่” ซึ่งนี่ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องค่าเวลาขณะเดินทางเสียแล้ว

แกว่า “ตี๋ใหญ่” เป็นมหา โ จ s หนังดี เป็นคนใจนัก เ ล ง รักพวกพ้อง ตี๋ใหญ่หนีการล้อมจับของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาแล้วหลายหน ขนาดโดนตำรวจ เป่า ในระยะประชิด ก็ยังไม่ถูกตัว แต่กลับฝ่าวงล้อมออกมาได้แล้วก็หายไปหน้าตาเฉย เรียกได้ว่าลูกเหล็กของตำรวจไม่ได้กินเลือดของตี๋ใหญ่ก็แล้วกัน เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะ “ตะกรุดโทนของหลวงพ่อสุด วัดกาหลง” ได้ช่วยไว้นั่นเอง โปรดติดตาม มีต่อตอน ๒

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเพจ วิถีไสยศาสตร์ชาติไทย.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *