หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช ท่านนับเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณที่รู้จักกันดีของชาวพระนครศรีอยุธยามาช้านานแล้วและยอมรับว่าท่านเป็นผู้สำเร็จ ตำราพิชัย ส งค ราม ของ สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของ พระมหากษัตริย์ยอดนักรบไทย ซึ่งก็คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงคุณอันประเสริฐและยิ่งใหญ่ในแผ่นดินไทยและเหตุที่บอกว่าหลวงพ่อเทียมสำเร็จ ตำราพิชัย ส ง คร าม ก็เพราะท่านนับเป็นผู้ที่มีความเพียรพยายามศึกษา ตำราพิชัยส งค ร าม ซึ่งสืบทอดมาจาก สมเด็จพระพนรัตน์วัดป่าแก้ว ที่ตกทอดมาถึง วัดประดู่ทรงธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เพราะเป็นวัดที่มีสำนักเรียนตำราพิชัยส ง คร ามสืบทอดมาแต่ครั้งกรุงเก่าซึ่งมีพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณ สำเร็จการศึกษาพระเวทวิทยาคมอันเป็นส่วนหนึ่งของตำราพิชัยส งค ราม ตำราพิชัยสงครามก็คือตำราที่ว่าด้วยความมีชัยชนะในการต่อสู้ และการต่อสู้ในที่นี้หมายถึงการต่อสู้ในราชการสงคราม) มากมายหลายท่านที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็คือ พระพุทธพิถีนายก (บุญ ขันธโชติ) หรือที่นักสะสมทั่วไปเรียกท่านว่า หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รวมทั้ง หลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม โดยเฉพาะ หลวงพ่อน้อยวัดธรรมศาลา รูปนี้ก็ได้เคยบอกต่อศิษย์เอกของท่านผู้หนึ่งที่มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษา แต่สนใจในเรื่องของวิทยาคมและวัตถุมงคลที่เคยเรียนถามท่านว่า เมื่อสิ้นหลวงพ่อน้อยแล้วจะมีพระคณาจารย์รูปใดอีกที่พอจะพึ่งพาด้านวิทยาคมบ้าง หลวงพ่อน้อยก็ตอบว่าให้ไปหาหลวงพ่อเทียมวัดกษัตราธิราช และต่อมาท่านผู้พิพากษาก็เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเทียมตามคำแนะนำของ หลวงพ่อน้อย หลังจากที่ท่านสิ้นแล้ว

อนึ่งชื่อเสียงของท่านเลื่องลือมาก โดยเฉพาะในปี ๒๕๐๖ ในพิธีหล่อพระที่วัดประสาทบุญญาวาส จัดสร้างพร้อมนำ แผ่นจารอักขระของคณาจารย์จากทั่วประเทศมาหล่อหลอมด้วยไฟแรงสูงเพื่อเทหล่อสร้างพระของวัดประสาทฯ ปรากฏว่าแผ่นจารอักขระของคณาจารย์อื่นๆล้วนหลอมละลายหมดยกเว้นของหลวงปู่เทียมเท่านั้นที่ไม่ยอมหลอมละลายเลยจึงสร้างความอัศจรรย์ใจ ให้ผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทั่วหน้า

ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราช กุศลถวายผ้ากฐินส่วนพระองค์ ณ วัดศีลขันธาราม ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ท่านจึงมอบให้พระสำรวย ฐิตปุญโญ รองเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราช นำรูปจำลองของท่านพร้อมด้วยตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร ลงตามตำรับเดิมของ วัดประดู่ทรงธรรม เป็นโลหะตะกั่วถักด้วยด้ายและลงรักปิดทองเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ ซม. ๑๒ นิ้ว ขึ้นทูลเกล้าถวายแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีหนังสือทูลเกล้าฯ ถวายด้วยตนเองไม่ได้

ประวัติความเป็นมาของตะกรุดมหาระงับแบบพิสดาร

โอมระงับมหาระงับ หลับสิ้นทั้งบ้าน โอมชิดมหาชิด

โอมปิดมหาปิด สิทธิสวาหะฯ

พระยันต์นี้ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยต้นตำรับของสมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว พระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี ได้ผูกพระยันต์เป็นตะกรุดถวายสมเด็จพระนเรศวร สะพายคู่พระวรกายออกศึก ชนะทัพหงสาวดี ที่ทุ่งหนองสาหร่าย ตำรับวิทยาการต่างๆ ตกทอดจากอดีต ถูกเก็บรักษาไว้ ณ วัดประดู่ทรงธรรม จวบจนกระทั่งพระครูพิพิธวิหารการ (หลวงพ่อเทียม สิริปุญโญ)ได้หยิบขึ้นมาจัดทำจนเป็นที่โด่งดังเลื่องลือมาแล้วในอดีต

อุปเท่ห์การใช้ตะกรุดมหาระงับพิสดาร ตามใบฝอยของวัด ระบุไว้ว่าสามารถระงับภัยต่างๆเช่น โจรภัย อัคคีภัย และปีศาจ ระงับเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นภายในบ้าน และให้อธิษฐานทำน้ำพระพุทธมนต์ ดื่มและอาบ ระงับคดีความได้ ราคาทำบุญจากวัดดอกละ ๑๐๐๐ บาท นับว่าเป็นตะกรุดของท่านที่แพงที่สุดที่ออกให้ทำบุญในสมัยนั้นก็ว่าได้ (เปรียบเทียบกับราคาทองสมัยนั้น ณ ประมาณปี ๒๕๑๐ ทองบาทละ ๓๕๐ บาท ตะกรุด ๑ ดอก แลกกับ ทอง ๓ บาท นับว่าเป็นตะกรุดที่แพงที่สุดในสมัยนั้น)

มนต์มหาระงับ (ย่อ) ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วว่า พุทธังศัตรูร้าย นะจังงัง ถอยอย่า นะละสัง พระพุทธังปิด พระธังมังปิด พระสังฆังปิด พระเจ้าแผลงฤทธิ์ ปิดสังวาลชั้น ๙

อิทธิฤทธิ์ และอานุภาพของยันต์ ยันต์นี้วิเศษยิ่งนัก เป็นมหาจังงัง มหาระงับแก่คนทั้งหลาย ป้องกันอันตรายทุกอย่าง ยิง ฟัน แทง ไม่เข้า หากมีสมาธิจิตที่แน่วแน่จริงๆ ท่านว่าสามารถทำให้หายตัวได้

คาถาสำหรับปลุกเสกยันต์ตะกรุดมหาระงับ (สวด ๑๐๘ จบ)

“นะ ปิดตา โม ปิดใจ พุท ปิดปาก ธา ปิดหู ยะ หลับนิ่งอยู่ฯ อิติปาระมิตาติงสา ระงับอินทา อะติสัพพัญญูมาคะตา ระงับพรัหมา อิติโพธิมะนุปปัตโต ระงับมะนุสสา อิติปิโสจะเตนะโม ระงับทิสาฯ อิระชาคะตะระสา ติหังจะโตโรถินัง ปิสัมระโล ปุสัตพุท โสมาณะกะริถาโธ ภะสัมสัมวิสะเทภะ คะพุทปันทู ทัมวะคะวาโธโนอะมะมะวา อะวิสุนุสานุติฯ นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ ปะระมัง ภะคะวา มะอะอุ ภะคะวา นะมะพะทะ จะภะกะสะฯ”

สุดท้ายนี้เครื่องรางหรือผ้ายันต์ต่างๆที่ได้รับการปลุกเสกลงอาคมจากพระเกจิหรือฆราวาสผู้มีวิชาล้วนมีพุทธคุณ หากแต่ท่านทั้งหลายตั้งอยู่ด้วยการกระทำความดี หมั่นสวดมนต์ทำบุญ ของที่ขลังอยู่จะยิ่งแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้นอีกบทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการรับอ่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *