ยันต์ครูกลางฝ่ามือ ผมก็อยากลองเหมือนกัน

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง อาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง ฆราวาสจอมขมังเวทย์แล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จักถึงคำร่ำลือกับความอัศจรรย์ของพระเวทย์คาถาอาคม คงกระพัน เมตตา และพิธีประสะโลหิตอันโด่งดังในอดีต วันนี้เราจะมากล่าวถึงศิษย์เอกของท่านกันมาติดตามกันได้เลยครับ

ในยุคนั้นการเดินทางไปมาหาสู่กันค่อยข้างลำบาก มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อหนู เกสโร ท่านจะเดินทางไป ทางเรือสองตอน คือเรือของตาเจียม เรือโดยสารคลองหกวา มุ่งหน้าสู่สะพานใหม่ ตาเจียมเองก็จะมารับส่งหลวงพ่อหนู ที่วัดสุนทรพิชิตาราม ในตอนที่กลับมาส่งถึงวัดตอนเวลาพบค่ำ ในเวลานั้นด้วยความอยากรู้ ของปู่แม้น ปู่แม้นก็มาดักรอหลวงพ่อ เพื่อแอบดู และซ่อนตัวอยู่ในกอเข็ม ระหว่างนั้นหลวงพ่อหนูกลับมาพอดีและก็เดินก้าวขึ้นศาลา
ปู่แม้นอยุ่ในกอเข็มก็ได้จ้องมองหลวงพ่อหนู แต่ สิ่งที่แปลกคือปู่แม้นเห็น เท้าของ.หลวงพ่อหนู เดินไม่ติดพื้นดิน ทำให้แปลกใจเป็นอย่างมาก

พอถึงเวลาฉันเช้า ปู่แม้นก็อยุ่นั่งอยู่ หลวงพ่อหนู ได้กล่าวกับ หลวงตาผ่อง ว่า หลวงตาผ่อง เมือคืนนี้ ตอนผมกลับมา ผมเจอนักเลงโต มาดักดูผม อยากดูเพราะอะไรก็ไม่รู้ พอฉันกันเสร็จ หลวงพ่อหนู ก็พูดกับปู่แม้นอีก อย่ามาแอบดูอีกนะ ไม่ต้องรู้หรอก

อย่าเผลอปากไว กับครูบาอาจารย์

ครั้งหนึ่งในงานพิธีไหว้ครู พอถึงคิวคุณชัยวุฒิ ให้หลวงพ่อหนู สักยันต์ครูกลางฝ่ามือ พอสักเสร็จเมื่อคุณชัยวุฒิ ดูฝ่ามือของตน ก็เห็นปลายยอดยันต์สักไม่ค่อยติด เลยเข้าไปหาหลวงพ่อหนูและยื่นมือเพื่อให้หลวงพ่อหนู ดูแล้วเอ่ยปากขอให้ท่านสักใหม่ หลวงพ่อหนู ท่านจึงบอก เอ้ยยย สักแล้วนี่ คุณชัยวุฒิบอก สักใหม่คับหลวงพ่อ ยอดมันไม่ติดคับ เฮ้ยยยย หลวงพ่อหนู บอก ติด ไอ้ห่า ใช้ได้แล้ว ขลังแล้ว (ความจริงที่หลวงพ่อท่านพูด คือสำเร็จครบกระบวนการไปแล้ว แม้รอยหมึกไม่เห็นยอด แต่ท่านประจุอาคมไปครบถ้วนแล้ว)ฝ่ายคุณชัยวุฒิ ยังตื้อบอก เอาใหม่ครับ หลวงพ่อ…. หลวงพ่อหนู ท่านตอบไม่ๆๆ มึงไปลองดูซิ ด้วยความปากไว คุณชัยวุฒิ ตอบกลับว่า ผมก็อยากจะลองเหมือนกันหลวงพ่อ หลวงพ่อหนู ร้องบอก เออออ พอเท่านั้น เป็นคำพูดสั้นๆ แล้วท่านก็ทำกิจอื่นต่อไป

ได้ความเลย ระหว่างเดินทางกลับกทม ในรถ มี 4 ชีวิต เมีย และลูก อีกสองคน คุณชัยวุฒิต้องขับผ่านเส้นทางบางน้ำเปรี้ยว เพื่อเข้าแปดริ้ว เพื่อเข้าสู่ถนนสุวินทวงค์พอถึงทางข้ามรางรถไฟ ถูกคนร้ายดัก ป ล้ u (สมัยก่อน ป ล้ น กันมาก) ถูกยิ ง ดั่งสนั่นด้วย ปื u ลูกซองกระจกด้านหน้ารถถึงกลับแตกหมด แต่คนในรถไม่เป็นอะไรเลย ทันใดนั้น คุณชัยวุฒิ สมองได้ถึงนึกถึงคำที่หลวงพ่อหนู ท่านบอก “ใช้ได้แล้ว มึงลองดูซิ” และเราปากไวไปพูดว่า “ผมก็อยากจะลองเหมือนกัน” หลังจากรอดชีวิตคราวนั้น คุณชัยวุฒิจดจำไปตลอดชีวิต แล้วอีกไม่นานคุณชัยวุฒิก็ได้เดินทางมาที่วัดสุนทรพิชิตาราม อีกครั้ง พอพบหลวงพ่อ หนู เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟัง หลวงพ่อ ท่านก็หัวเราะ แล้วกล่าวกับคุณชัยวุฒิว่า มึงอยากรู้ อยากลอง นักไม่ใช่หรอ

โกซวง…..โกซวงมาแล้ว .. โกซวงพายเรือขายกาแฟ (กัวซวง เป็นคน ขี้เมา พายเรือ ขายกาแฟ)…พอกัวซวงขึ้นตลาดคลอง 16 เมือเดินเข้าตลาด เดินไปเจอแม่ค้ากำลัง(ทอดกล้วยแขกร้อนอยุ่ในกะทะ)ก็เลยเอ่ยปากกับแม่ค้า โกซวงขอ กล้วยแขกที่อยุ่ในกะทะร้อนๆกินหน่อย” แม่ค้าก็คงแปลกใจกะทะร้อนๆจะหยิบได้ไง ” พูดจบไม่ทันคำโกซวงก็เอามือหยิบกล้วยทอด ร้อนๆๆในกะทะ)จนแม่ค้าตกใจกลัวว่ามือโกซวงจะเป็นอะไร โกซวงคนนี้เป็นศิษย์หลวงพ่อหนู เกสโร โกซวง..แก มีบทดับพิษไฟ

อาม๋า ล้างเท้าให้คุณพ่ออาจารย์ ฟ้อน ดีสว่าง อาม๋าท่านเป็นศิษย์คุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง ครั้งคุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ท่านนั่งเรือประทุนมากับลูกศิษย์ เวลาจะขึ้นท่า อาม๋า จะมาล้างเท้าให้เป็นประจำอาม๋า จะใช้ คาถา บท ถอนพิษ.หยิบพิษ..ที่คุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ดีสว่างท่าน สอน แค่บทเดียว”” เวลาลูกเด็กเล็กแดงในบริเวณย่านนั้นโดนกัดต่อยอาม๋านี้แหละเป็นคนรักษาชงัดนักแล

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

กลุ่มศิษย์อาจารย์เอกใหญ่ เรียบเรียงจากศิษย์ในยุคหลวงพ่อ หนู เกสโร แนะนำเรื่องโดย วัตถุมงคล สะหัสสะเนต