พระครูธรรมพลาธร ธัมมธีโร ( หลวงปู่พรหม ) วัดพลานุภาพ จ.ปัตตานี

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง หลวงปู่ท่านพรหม เดิมท่านชื่อ ว่า พรหม นามสกุล ราชบุตร ถือกำเนิด เมื่อ เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๔๖๑ ตรงกับ วันเสาร์ เดือน ๙ ปีมะเมียโยมบิดาชื่อ นายสีแก้ว ราชบุตร โยมมาร ดาชื่อ นางคำแก้ว ราชบุตร อุปสมบทครั้งแรก (บวชตามประเพณี) เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๑ ณ.วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี อุปสมบทครั้งที่สอง เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ณ.อุโบสถ วัดพลานุภาพ ทันทีที่อุปสมบทครั้งนี้เสร็จท่านก็ได้มาจำพรรษา ประพฤติวัตร ปฏิบัติธรรม โดย ถือ “ธุดงควัตร ข้อที่ว่า อยู่ป่าช้าเป็นนิจ” เป็นเวลา ๕ ปีกว่า ๆ ที่ ป่าช้า วัดห้วยเงาะ แล้วคณะกำนันผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทุ่งพลาต่างก็เกิดความเลื่อมใสในปฏิปทาอันมั่งคงของพ่อท่านจึงได้พากันมากราบอาราธนานิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดพลานุ ภาพ นับแต่ปี ๒๕๓๖

หลวงปู่นั้นเป็นผู้ที่มีความขวนขวายในวิชาความรู้มาตั้งแต่เยาว์วัย ท่านศึกษารอบรู้ในวิชาหลายแขนง แตก ฉานในสรรพวิชาคาถาอาคมต่าง ๆ ท่านเชี่ยวชาญในวิชา “เพชรกลับ” กลับร้าย กลายเป็นดี หนุนดวง หนุนชะตา นอกจากนี้ท่านยังมีความรู้ความสามารถในเรื่องยาสมุนไพร เป็นที่พึ่งของชาวบ้านทั้งใกล้และไกล มาตั้งแต่สมัย หนุ่ม ๆ แล้ว ท่านได้รับการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้ต่าง ๆ มาจากบิดาของท่าน ท่าน ก็ได้นำวิชาความรู้นี้มาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน ในท้องถิ่นของท่านอย่างเต็มที่เต็มกำลัง ไม่ได้เลือกว่าเป็นศาสนาเดียวกันหรือต่างศาสนา ท่านก็ให้ความเมตตาช่วยเหลือทุกคนเสมอกันจนในที่สุดชาวบ้านทั้ง ไทยพุทธ ไทยมุสลิม ก็ต่างพร้อมใจกัน เลือกท่าน ให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน “ลาแล เมาะยี” ตำบลกาบัง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ในขณะที่เกิดความไม่สงบในท้องที่อื่น ๆ ในสามจังหวัดภาคใต้ อยู่เสมอ ๆ มาแต่ไหนแต่ไร

หมู่บ้าน ลาแล เมาะยี อยู่กันอย่างสงบเป็นสุข รักใคร่สามัคคีกันเป็นอย่างดี ท่านได้ทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านนี้เป็นเวลา ๑๘ ปี ท่านก็เริ่มมีความรู้สึกว่า ใด ๆ ในโลกนี้ ย่อม ไม่เที่ยง เกิดมาตั้งอยู่ ดับไป เป็นทุกข์ไม่มี ที่สิ้นสุด ปราศจากแก่นแท้ สมดังคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้จนเกิดความเบื่อหน่ายในทางโลกจึงได้ตั้งจิตด้วยศรัทธาอันแน่วแน่เข้ารับการอุปสมบท เข้าเป็นพระภิกษุสงฆ์ตามรอยพระคถาคตเจ้า ณ.อุโบสถพัทธสีมา วัดพลานุภาพ โดย มีฉายานามว่า ธมฺมธิโร ภิกขุ แปลว่า ภิกษุผู้มีความกล้าหาญในธรรม

หลวงปู่พรหม ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่มีความเมตตาสูงมาก ไม่ว่าใครจะมีปัญหาอะไร มีความทุกข์แบบไหน เมื่อได้เข้าไปกราบนมัสการท่าน ไปสนทนากับท่านต่างก็ได้รับความสบายใจความทุกข์มลายหายไป มีแต่ความร่มเย็นในใจทุกท่านทุกคน ที่เป็นอย่างนี้นั้นก็ด้วย นับตั้งแต่ท่านอุปสมบทมา ท่านก็ได้ทำความเพียรตามข้อวัตรปฏิบัติอันดีงาม ตามคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ทุกวันมิได้ขาด นอกจากนี้ท่านก็ยังได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัด ปกครองคณะสงฆ์ วัดพลานุภาพด้วยดีอย่างไม่มีความขัดข้องขัดแย้งใด ๆ ด้วย อำนาจบารมีธรรม และ ความตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหารสี่ ของพ่อท่านที่ได้บำเพ็ญเพียรสั่งสมจนก่อเกิดเป็นพลานุภาพบารมี เฉพาะตนของท่านนั่นเอง หลวงปู่พรหม “ท่านจะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่า ชีวิตที่เหลือของท่าน ท่านขออุทิศให้ ประเทศชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์”

หลวงปู่พรหมท่านใช้ชีวิตบำเพ็ญสมณะรูปของท่านอย่าง สมถะและถือสันโดษ ไม่โลภ มีสติอยู่เสมอ ชาวบ้านทั้งในละแวกวัดและใกล้เคียง รวมทั้งชาวบ้านในถิ่นอื่นต่าง ก็บอกเป็นเสียงเดียว ถึงความเป็น เนื้อนาบุญอันดี ของพ่อท่าน ปากต่อปาก จวบจนในระยะ หลังนี้ ชื่อเสียงของท่าน ข้อประพฤติปฏิบัติ ของท่าน นับวัน ก็มีแต่ยิ่งขจรขจายแพร่หลาย ยิ่ง ๆ ออกไป อีกประการหนึ่งนั้นวัตถุมงคลของท่านที่ได้ปลุกเสกอธิษฐานจิตเดี่ยว เมื่อมีชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ข้าราชการ ที่ได้รับแจก เมื่อได้นำติดตัวไปใช้ ต่างก็เกิดมีประสบการณ์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ในทุกๆด้านสำหรับบางคนก็ได้รับโชคลาภ ค้าขายดี จนปัจจุบันนี้ พุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกล ต่างก็หลั่งไหลไปที่วัดพลานุภาพ ทุกวัน ตลอดจน ชาวต่างประเทศ ท่านมักจะถ่อมตนอยู่เสมอ ท่านได้มรณะภาพแล้วด้วยอาการสงบ ณ วัดห้วยเงาะ เมื่อเวลา ๐๑.๐๐ นาฬิกา ของวันอาทิตย์ ที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ สิริรวมอายุได้ ๑๐๑ ปี

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล