หลวงพ่อเก็บ วัดสวนลำไย หลานแท้ๆหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

สวัสดีจ้าวันนี้ เรื่องเล่าตำนานโบราณ จะพาทุกคนมาศึกษาเรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ ความลี้ลับ ไสยศาสตร์ เพราะในประเทศไทยของเรานั้น ต่างก็มีจุดเด่นทางความเชื่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแหล่งรวมประวัติศาสตร์ที่มีผู้คนสนใจเป็นจำนวนมาก เราจึงนำมาให้อ่านเพื่อศึกษากัน ติดตามรับชมกันได้เลย

หากกล่าวถึง วัดสวนลำใย นั้นตั้งอยู่ใต้เขื่อนเจ้าพระยาไปทาง อ.สรรคบุรี แต่มีทางแยกไปอีกทางหนึ่ง วัดสวนลำใยนี้อยู่ในเขต อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีหลวงพ่อเก็บเป็นอดีตเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้เสียไปประมาณปี พ.ศ.2518 นี้เห็นจะได้
และหลวงพ่อเก็บมีศักดิ์เป็นหลานของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า มีความใกล้ชิดกับหลวง ปู่ ดุจเป็นหลานก้นกุฏิก็ว่าได้

หลวงพ่อเก็บ สมัยมีชีวิตอยู่ ผู้คนแถว อ.สรรพยา นับถือท่านมาก วัตถุมงคลต่างๆเป็นที่แสวงหาของคนจังหวัดนั้นมาก แต่ที่เด่นดังเลยก็คือ ตะกรุดใต้น้ำ ซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดมาโดยตรงจากหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

ในบรรดาลูกศิษย์ที่ได้เรียนวิชาไสยเวทย์พุทธาคมและวิชาทางจิตกับหลวงปู่ศุขนั้น นอกจากพระสมุห์กรับ แสงเขียว, หลวงพ่อบุญยัง, หลวงตาหงำ, กรมหลวงชุมพรฯ แล้วยังมีหลวงพ่อเก็บ วัดสวนลำไย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท อีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านยังมีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่ศุขอีกด้วย หลวงพ่อเก็บเป็นบุตรของน้องชายหลวงปู่ศุข ขณะที่หลวงพ่อเก็บยังดำรงขันธ์อยู่ ท่านเป็นพระที่มีพลังจิตเข้มขลัง สามารถแสดงฤทธิ์ได้หลายอย่าง เช่น เสกดอกจำปาให้เป็นแมลงภู่, มีตาทิพย์, หูทิพย์ เป็นต้น สมัยที่ท่านยังเป็นพระนวกะ หลวงปู่ศุขมักจะเรียกท่านไปเรียนวิชาอาคมต่างๆ โดยเฉพาะวิชากสิณไฟ ท่านเคยเข้านิโรธสมาบัติติดต่อกันหลายครั้ง จนลูกศิษย์คิดว่าท่านมรณภาพแล้วเตรียมจะจัดงานศw จู่ๆท่านก็กลับฟื้นตื่นขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง ครั้งหนึ่งๆ ก็จะกินเวลาประมาณ 4-7 วัน ก่อนที่ท่านจะฟื้นขึ้นมาเอง

พระสมุห์กลับ แสงเขียว
พระสมุห์กลับ แสงเขียว

เรื่องนี้หลวงปู่เก็บ(ส่วนผมต้องเรียกว่าหลวงปู่) เล่าให้คุณพ่อผมฟังว่า วันหนึ่งหลวงปู่ศุขได้ให้เด็กวัดมาตามหลวงปู่เก็บที่กุฏิบอกว่าหลวงปู่ศุข ให้ไปพบหน่อย (ตอนนั้นหลวงปู่เก็บท่านพำนักพักอยู่ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า)

ท่านเล่าว่าท่านก็ไปหาหลวงปู่ศุขที่กุฏิและถามว่า
หลวงลุง(หลวงพ่อเก็บเรียกหลวงปู่ศุขว่าลุงเพราะมีศักดิ์เป็นพี่ชายของพ่อ ท่าน)
มีอะไรหรือขอรับที่ให้เด็กไปบอกผมมาพบ”
หลวงปู่ศุขก็พูดว่า ” ท่านเก็บอยากเรียนเสกดอกจำปาเป็นแมลงภู่ไหม ”
หลวงพ่อเก็บก็ตอบว่า “อยากได้ครับ”
หลวงปู่ศุขก็พูดต่อว่า ” ถ้าอยากได้ให้ไปหาดอกจำปามานะ ”

หลวงพ่อเก็บก็รับคำแล้วก็ออกจากกุฏิของหลวงปู่ศุขเพื่อไปหาดอกจำปาตามคำสั่ง ของหลวงปู่ศุข ท่านเล่าว่า (หมายถึงหลวงพ่อเก็บ) ได้ออกเดินหาดอกจำปาจนทั่วในละแวกบ้านปาก คลองมะขามเฒ่าและเลยมาตลอดจนมาทาง อ.วัดสิงห์ ก็หาไม่ได้ จนหมดปัญญาก็กลับมาหาหลวงปู่ศุขที่กุฏิ

เมื่อหลวงปู่ศุขเห็นหน้าพระหลานชายคือหลวงพ่อเก็บก็เอ่ยปากถามว่า
” เป็นไงท่านเก็บหาได้ไหมดอกจำปาน่ะ ”
หลวงพ่อเก็บก็ตอบว่า “ไม่ได้ครับหลวงลุงหาจนทั่วแล้วไม่มีซักดอกเลย ”
หลวงปู่ศุขก็พูดแกมบ่นพระหลานชายว่า ” อะไรกันแค่ดอกจำปาดอกเดียวแค่นี้ก็ยังหาไม่ได้อย่างนี้จะเรียนอะไรได้ ไปๆไปหาใหม่หามาให้ได้ ”

หลวงพ่อเก็บก็เล่าต่อว่าท่านก็ลุกออกมา

จากที่นั่งในกุฏิมาที่นอกชานกำลังจะ ลงบันไดและท่านก็คิดในใจว่าถ้าไม่ได้ดอกจำปามาสงสัยคงจะไม่ได้เรียนละมั้ง ขณะที่ท่านกำลังก้าวลงบันไดได้เพียงขั้นเดียวก็ได้ยินหลวงปู่ศุขเรียกออกมา จากในกุฏิว่า ” ท่านเก็บๆอย่าพึ่งไปกลับมานี้ก่อน” หลวงพ่อเก็บก็กลับเข้าไปหาหลวงปู่ศุขที่ในกุฏิอีกครั้งคราวนี้ท่านบอกว่า หลวงปู่ศุขไม่ได้นั่งอย่างเดิมแล้ว แต่กลับอยู่ในท่ายืนแล้วมีไม้สำหรับค้ำหน้าต่างถือลักษณะประคองตัวอยู่ส่วนมือขวาจับบุหรี่มวนใบตองสูบอยู่แดง วาบๆต่อหน้าหลวงพ่อเก็บ ฉับพลันนั้นบุหรี่มวนนั้นก็ถูกขว้างลงยังพื้นกระดานกุฏิข้างหน้าหลวงพ่อ เก็บกลายเป็นแมลงภู่บินพรึบฟู่สวนหลวงพ่อเก็บออกทางประตูบินหายลับไปในอากาศ ทันที พร้อมมีเสียงหลวงปู่ศุขตวาดดุด่าด้วยเสียงอันดังอย่างไม่พอใจว่า

” หนอยแน่ดูถูกอย่างนี้ไม่เอาจะเอาอย่างไง”

เท่านั้นเองศึกระหว่างหลวงลุงกับหลวงหลานก็เกิดขึ้น
พูดแล้วก็ยกไม้ค้ำหน้าต่างตีพระหลานชายอยู่พัลวัน หลวงพ่อเก็บก็รีบคว้าแผ่นกระดานฉนวนที่ใช้ลงเลขยันต์ของหลวงปู่ศุขใกล้ๆมือขึ้นรองรับการตีของหลวงปู่ศุขอยู่ไปมา พอพักหายเหนื่อยหลวงปู่ศุขก็บ่นด่าและตีด้วยไม้ตะพดอีกเป็นพักที่สอง สักพักจนเหนื่อยก็เลิกลากันไปเอง แล้วหลวงพ่อเก็บยังบอกกับคุณพ่อผมต่ออีกว่า ” ไอ้หลองเอ้ยกูแค่คิดในใจนะหลวงลุงแกรู้ได้อย่างไรแปลกพิลึกว่ะ ”

เรื่อง นี้คุณพ่อผมนายฉลอง เกตุเวชสุริยา ซึ่งเป็นหลานหลวงพ่อเก็บโดยตรงเล่าให้ฟังนานแล้วก่อนปี 2524และผมเคยเขียนลงในอาณาจักรพระเครื่อง ปี 2524 ก่อนอื่นขอลำดับญาติให้ฟังพอสังเขปคือคุณทวดผมชื่อมี เป็นน้องชายคนที่ 6 ของหลวงปู่ศุขในจำนวนพี่น้องทั้งหมด๙ คน ส่วนปู่ผมชื่อกองเป็นลูกคนโตของทวดมีและเป็นพี่ชายของหลวงปู่เก็บ วัดสวนลำใย อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นน้องชายคนที่ 4 ในจำนวนลูก 6 คน

เป็นยังไงกันบ้างกับหลากหลายเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาของตำนาน บทความนี้นำมาเผยแพร่เพื่อศึกษาเผยแผ่บารมีเป็นสังฆบูชา และเทิดทูนเกียรติคุณครูบาอาจารย์ ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บางเรื่องอาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล